เชียงราย กับการตอกย้ำความเป็นเจ้าบอลถ้วย

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าปีที่ เชียงราย ยูไนเต็ด
โดนดูถูกว่าเพลี่ยพล้ำมาตั้งแต่เปิดฤดูกาลสุดท้ายแล้วจะจบซีซั่นด้วยความยิ่งใหญ่
เชียงราย ยูไนเต็ดต้องขายผู้เล่นตัวหลักออกจากทีมโดยเฉพาะบิ๊กเนมอย่าง ฐิติพันธ์ พ่วงจัทร์
และ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ที่ถูกขายให้บีจี เอฟซี
ซึ่งราคาค่าตัวของทั้งสองคนรวมกันก็เป็นจำนวนเงินก้อนมหาศาลเลยทีเดียว
ซึ่งหลังจากนั้นทางสโมสรยังได้ทยอยปล่อยแข้งบางรายออกจากทีมไปจนแฟนบอลเริ่มตั้งข้อสง
สัย และส่งผลให้ บิ๊กหั่น ประธานเชียงราย
ได้ออกมาชี้แจงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับทีมอยู่บ่อยครั้งเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดกันทั้ง
สโมสร และแฟนบอล
โดยผลงานในลีกของพวกเขาต้องใช้คำว่าขึ้นๆลงๆ
เพราะนับตั้งแต่เปิดลีกไม่อาจทำผลงานได้สม่ำเสมอสักเท่าไหร่นัก
อย่างไรก็ตามสุดท้ายพวกเขาก็ยังจบฤดูกาลด้วยอันดับห้า แต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่ เชียงราย
แสดงให้เห็นความยอดเยี่ยมของตัวเอง
หากแต่ในเกมบอลถ้วยนัดชิงชนะเลิศหลังปิดฤดูกาลต่างหากคือสิ่งที่ เชียงราย ยูไนเต็ด
ประกาศศักดิ์ดาความยิ่งใหญ่อย่างเต็มตัว
ฤดูกาล 2017 เชียงราย ผ่านเข้าสู่รอบชงชนะเลิศได้ทั้งโตโยต้าลีกคัพ และช้างเอฟเอ คัพ
แต่พวกเขาประสบความสำเร็จรายการเดียวคือช้างเอฟเอ คัพ ต้องพลาดท่าได้แค่รองแชมป์
ทว่าในปี 2018 เชียงราย ทำสำเร็จเมื่อสามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้เหมือนเคย
โดยโตโยต้า ลีก คัพ ต้องเจอกับบีจี เอฟซี
ซึ่งพวกเขาตั้งความหวังไว้สูงนั่นเพราะต้องการที่จะลบความทรงจำที่พลาดแชมป์เมื่อปีก่อนออก
ไปจากใจ เกมเริ่มต้นขึ้นทั้งสองทีมสู้กันได้สุดมันส์ และสมศักดิ์ศรี แต่สุดท้ายเป็นเชียงราย
ที่ได้ประตูชัยจาก วิลเลียม เอ็นริก้า พร้อมคว้าแชมป์ไปครอง นั่นคือก้าวแรกของพวกเขา
หลังจากนั้นสัปดาห์เดียวในเกมชิงชนะเลิศช้างเอฟเอ คัพ พวกเขาต้องเจอ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด
แชมป์ไทยลีกปีล่าสุด แน่นอนว่านี่คือคู่แข่งที่แกร่งกว่านัดที่ผ่านมา
และพวกเขาคาดหวังสูงที่ต้องป้องกันแชมป์เพื่อคว้าสิทธิ์ไปเล่นเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีกให้ได้
ตลอดทั้งเกมเต็มไปด้วยความสนุกเร้าใจจนแฟนบอลได้ชมเกมสุดมันส์ระดับ 5
ดาวที่พลิกไปพลิกมาตลอดเวลา
ทว่าท้ายที่สุดกลายเป็น เชียงราย ที่สามารถเฉือนชนะ 3-2 ยิ่งกว่านั้น ฉัตรชัย บุตรพรม
ยังเซฟจุดโทษได้อีกหนในช่วงต้นเกมพร้อมมีส่วนสำคัญให้เชียงราย ป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ
และโทรฟี่นี้ส่งให้ กว่างโซ้ง กลายเป็นทริปเปิ้ลแชมป์อย่างยิ่งใหญ่
และสิ่งที่เกิดขึ้นตอกย้ำให้เห็นว่าพวกเขาคือสิงห์บอลถ้วยตัวจริงที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *